Home » นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส

นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส

by round-table round-table
86 views

จากซ้าย: ฉลองพระองค์ชุดราตรี — ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) นายปิแอร์ บัลแมง (ฝรั่งเศส,  ปี พ.ศ. 2457-2525 (ค.ศ. 1914-1982) ผ้าไหมซาตินปักประดับด้วยดิ้นโลหะและคริสตัล ฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”ฉลองพระองค์ชุดราตรี — ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) นายปิแอร์ บัลแมง (ฝรั่งเศส, ปี พ.ศ. 2457-2525 (ค.ศ. 1914-1982) ลูกไม้ฝรั่งเศส ปักประดับด้วยดิ้นเงิน ลูกปัด พลาสติก และคริสตัล ฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”ฉลองพระองค์ชุดราตรี — ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) นายปิแอร์ บัลแมง (ฝรั่งเศส, ปี พ.ศ. 2457-2525 (ค.ศ. 1914-1982) ผ้าไหมซาตินปักดิ้นเนื้อไหมและงานถัก ลูกปัด กลิตเตอร์ และงานประดับเหรียญทองคำ ฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ณ พิพิธภัณฑ์  Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส พ.ศ. 2399 – 2569 (ปี ค.ศ. 1856–2026) นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs

ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี โจงกระเบน ในรูปแบบต่างๆ – ปี  พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) นายปิแอร์ บัลแมง (ฝรั่งเศส, ปี พ.ศ. 2457-2525 (ค.ศ. 1914-1982) ผ้าไหม งานปักดิ้นผ้าไหมพื้น งานปัก และเลื่อม ฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี –  ปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) งานชุดผ้าไหมพื้น ผ้าไหมทอยกดอก งานปัก งานปักดิ้น และเลื่อม โดยนักออกแบบชาวไทยไม่ทราบนาม ฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

ผลงานต่างๆ งานผ้า และภาพถ่ายฉลองพระองค์ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับงานแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ นอกจากมิติด้านแฟชั่นแล้ว นิทรรศการยังถ่ายทอดบทบาทของเครื่องแต่งกายด้วยการสื่อสารผ่านมิติด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ทางการทูตด้วยเช่นเดียวกัน จากแนวพระราชดำริใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และนักออกแบบจนเกิดเป็นชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ซึ่งได้ปรากฏโฉมสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยโครงการนี้นับเป็นประวัติการณ์ของการตามรอยวิวัฒนาการแห่งเครื่องแต่งกายในราชสำนักไทยตั้งแต่ช่วงปี 1960 จนถึงปัจจุบัน จัดแสดงผลงานทั้งหมดกว่า 200 ชิ้น ประกอบด้วยฉลองพระองค์ชุดกระโปรงและเครื่องใช้ เครื่องประดับที่ได้รับการออกแบบโดยนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสร่วมกับสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ รวมไปถึงนักออกแบบชาวไทย โดยมุ่งเน้นไปที่ผลงานการพัฒนาเครื่องแต่งกายประจำราชสำนักและบทบาทที่สื่อสะท้อนออกไปบนเวทีโลก

“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ กรุงปารีส ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องเสื้อบัลแมง(44, rue François Ier) – ตุลาคม 12, พ.ศ. 2503 (ค.ศ.1960) กรุงปารีส, ผู้สืบทอดดูแลห้องเสื้อบัลแมง © Patrimoine Balmain

ประเทศไทย และ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เรื่องราวแห่งแฟชั่นประดุจเครื่องมือทางการทูตด้านวัฒนธรร

นิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ.1960) ในระหว่างที่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” มีสัมพันธภาพอันแน่นแฟ้นกับห้องเสื้อชั้นสูงและช่างตัดเย็บชาวฝรั่งเศส และเมื่อครั้งตามเสด็จ “พระบาทสมเด็จ   พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ไปทรงเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนั้นยังแสดงให้เห็นถึงการปรากฏพระองค์ที่สะท้อนผ่านฉลองพระองค์อันงดงามอย่างเอกลักษณ์ไทยและผสานความร่วมสมัยไว้อย่างลงตัว ด้วยพระอัจฉริยภาพอันสร้างสรรค์ในฐานะพระราชินีแห่งราชอาณาจักรไทยในระหว่างการตามเสด็จไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาและ 14 ประเทศในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในกาลนั้นเองที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษาและพัฒนาเครื่องแต่งกายในราชสำนักไทย ที่ยังคงเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิม โดยประยุกต์องค์ความรู้เทคนิคการตัดเย็บสากลเข้าไว้ด้วยกัน ในงานนิทรรศการยังได้รวบรวมผลงานฉลองพระองค์ที่คัดสรรมาเพื่อจัดแสดงในงานนี้ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันรุ่มรวยของงานผ้าไทยและงานเครื่องใช้ เครื่องประดับ ด้วยพระราชปณิธานที่จะอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแต่งกายแบบไทย

พระองค์ทรงก่อตั้งและอุปถัมภ์มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (SUPPORT) ขึ้นในปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976)  เพื่ออนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไทย จวบจนวันนี้ “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” ทรงสืบสานพระราชปณิธานและทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ภายใต้การดำเนินงานโดย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ด้วยพระราชปณิธานในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมด้วยแนวคิดสร้างสรรค์   อันร่วมสมัยและเพื่ออุปถัมภ์นักออกแบบไทย

“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” กับการปรับแต่งเครื่องแต่งกายของราชสำนักสู่ความร่วมสมัย

จากคณะราชทูตสยามสู่การเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส สู่ความร่วมมือบนหน้าประวัติศาสตร์อันร่วมสมัยทั้งทางด้านศิลปะ งานเสื้อผ้าชั้นสูง แฟชั่น และงานผ้าทอ โดยความร่วมมือเพื่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสซึ่งเป็นที่ประจักษ์สู่สายตาเวทีโลก สำหรับแนวคิดของนิทรรศการได้ผ่านการพินิจพิเคราะห์ถึงแนวทางแฟชั่นที่สะท้อนรูปแบบของความสัมพันธ์ทางการทูตในเชิงวัฒนธรรม ด้วยหลักฐานทางภาพถ่าย ชิ้นงาน และผลงานประณีตศิลป์อันเปี่ยมคุณค่า งานผ้าไหมไทยและฉลองพระองค์สำหรับในราชพิธีต่างๆ ล้วนถูกพบเห็นผ่านสายตาสาธารณชนโลก อันเป็นผลงานจากความร่วมมือของห้องเสื้อชั้นสูงแห่งปารีส พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในฐานะนักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความงดงามเป็นสง่าของงานผ้าไทย ซึ่งนับเป็นการสานความสัมพันธ์อันดีในการส่งเสริมเกื้อกูลและการแลกเปลี่ยนผ่านแนวความคิดอันสร้างสรรค์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี หลวง สำหรับ นิตยสาร Vogue —พ.ศ. 2505 (ค.ศ.
1962) Horst P. Horst/ Conde Nast, Getty Image

“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” : ภาพลักษณ์แห่งสยามประเทศ

ภายในนิทรรศการได้เรียบเรียงฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” พระผู้เต็มเปี่ยมด้วยสไตล์และความทันสมัย อันส่งผลให้ประเทศไทยได้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ณ ช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ และในช่วงปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) การปรากฏพระองค์ในระหว่างเสด็จเยือนประเทศต่างๆ ยังสร้างความปลาบปลื้มและกระแสสนใจในหมู่สื่อต่างชาติ ด้วยพระสิริโฉมอันสง่างามเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ไทยจึงส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการทูตได้อย่างทรงพลัง นอกจากนี้ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้มีหมุดหมายบนเวทีโลก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยเครื่องแต่งกายได้กลายเป็นเครื่องยืนยันถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่น ที่ผสานไว้ซึ่งความประณีตวิจิตรบรรจงและการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทย

การเฉลิมฉลองในความร่วมมือ: งานศิลปหัตถกรรมและเครื่องใช้ เครื่องประดับ

ส่วนสำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ได้อุทิศให้แก่ภูมิปัญญาในงานหัตถกรรมโดยช่างฝีมือไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคนิคและกระบวนการที่ใช้ในการรังสรรค์ผลงานเครื่องใช้ และองค์ประกอบสำหรับการตกแต่งต่างๆ ที่เป็นส่วนสำคัญในผลงาน “ชุดไทยพระราชนิยม” ในทุกวันนี้ 

 ภาพที่บอกเล่าถึงกระบวนการทุกขั้นตอนของการคัดสรรชิ้นงานฝีมืออันประณีตถูกถ่ายทอดเป็นงานภาพวีดีโอให้ได้เห็นถึงทักษะฝีมืองานช่างทำมือ วิธีคิดและประดิษฐ์ รวมไปถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับวัสดุที่คัดสรรมาใช้เบื้องหลังชุดฉลองพระองค์ที่ยังคงส่งต่ออิทธิพลของแนวคิดมาสู่ผลงานสร้างสรรค์อันร่วมสมัยในปัจจุบัน

ผลงานหัตถศิลป์ที่เป็นไฮไลท์สำคัญยังรวมไปถึงงานจักสานย่านลิเภา งานเขียนลายบนพัด งานเครื่องถม และงานคร่ำ ซึ่งล้วนเป็นงานหัตถกรรมที่มีส่วนสำคัญในขนบธรรมเนียมในราชสำนัก และยังคงสืบสานแนวทางของมรดกทางวัฒนธรรมในการประดิษฐ์เครื่องใช้ เครื่องประดับร่วมกับงานชุดไทยพระราชนิยมจวบจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงผลงานเขียนลายบนเครื่องเบญจรงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลงานประณีตศิลป์ในราชสำนักด้วยเช่นเดียวกันการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับบทบาทของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิฯ นี้ ก็เพื่ออนุรักษ์ทักษะด้านงานหัตถกรรมและยกระดับความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มชาวบ้านที่ทำงานด้านหัตถศิลป์ ด้วยการสนับสนุนให้การฝึกอบรม และพัฒนาด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องยาวนาน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางเพื่อสืบสานมรดกแห่งภูมิปัญญาด้านหัตถศิลป์นี้ให้คงอยู่สืบไป นอกจากนี้ยังจัดแสดงการสาธิตการทำงานหัตถกรรมโดยช่างฝีมือชาวไทยระดับครู ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs อีกด้วย

ชุดเข้ากัน 2 ชิ้น แรงบันดาลใจ จากชุดไทย — พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) SIRIVANNAVARI (ประเทศไทย, ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) ผ้าไหม กระจก และลูกปัดคริสตัล ดิ้นผ้าฝ้าย แท่งโลหะหน้าตัดเรียบ และพลาสติกรีไซเคิล งานปักประดับลายดอกพุดซ้อน ผลงานใน “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” 

ฉลองพระองค์ชุดราตรี (รายละเอียดฉลองพระองค์) – ปี พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) นายอีริค มอร์เทนเซน (เดนมาร์ค, ปี พ.ศ. 2053 – 2541 (ค.ศ. 1926-1998) สำหรับ บัลแมง ผ้าไหม และ งานปักดิ้น, ศตวรรษที่ 19 ผ้าไหม ฉลองพระองค์ใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

มรดกแห่งชาติอันร่วมสมัย: ปิแอร์ บัลแมง และ งานเสื้อผ้าชั้นสูง

เมื่อครั้ง “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทรงเยือนประเทศต่างๆ เพื่อทรงเจริญทางพระราชไมตรีนั้น พระองค์ได้พระราชทานความไว้วางใจให้แก่นายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสให้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ทั้งแบบสากลและแบบไทย โดยถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้ประยุกต์เข้ากับเทคนิคการตัดเย็บสมัยใหม่ของห้องเสื้อ มุมมองที่นักออกแบบได้ตีความเครื่องแต่งกายของไทยนั้นล้วนเต็มไปด้วยองค์ประกอบของงานเสื้อผ้าชั้นสูง โดยนำศิลปะการแต่งกายตามแบบฉบับไทยทั้งรูปทรง สัดส่วน และเนื้อผ้า

ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการพันผ้าและการจับจีบผ้ามาใช้เป็นหลัก การเลือกใช้ผ้าไหมไทย ผ้าทอยกดอก ผ้าไหมมัดหมี่ (ikat) และงานปัก โดยเขาได้พัฒนาฉลองพระองค์ให้เข้ากับโอกาสในการสวมใส่สำหรับงานทางการที่เป็นสากล โดยยังคงรากฐานของความเป็นไทยและมีสไตล์ที่ร่วมสมัย งานนิทรรศการนี้นับเป็นครั้งแรกที่จะได้รับชมขั้นตอนในระหว่างทรงงานและทรงค้นคว้าของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” และห้องเสื้อบัลแมง สถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผ่านภาพวาดและตัวอย่างเนื้อผ้ารวมถึงงานปักประดับ

แฟชั่นไทยในปัจจุบัน: เครื่องแต่งกายไทยร่วมสมัย

ภายในนิทรรศการมีการนำเสนอสไตล์แฟชั่นไทยที่วิวัฒนาการจากการแต่งกายดั้งเดิม พร้อมด้วยฉลองพระองค์ชิ้นประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” รวมทั้งฉลองพระองค์ของ “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” และ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” โดยผลงานที่จัดแสดงเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพระราชปณิธานในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องจากในรัชสมัยของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทั้งรูปทรงอันคมชัด โดดเด่น ประณีตศิลป์ของงานผ้าไทย การประยุกต์เครื่องแต่งกายไทยโบราณให้ร่วมสมัย องค์ประกอบเหล่านี้ยังคงเป็นสารตั้งต้นในการอนุรักษ์งานสร้างสรรค์อันร่วมสมัยที่ยังคงสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยและให้แฟชั่นไทยได้สร้างแรงกระเพื่อมในระดับสากล

สำหรับนิทรรศการในครั้งนี้ ยังรวบรวมผลงานจากนักออกแบบไทยสมัยใหม่ ในบทบาทผู้สืบทอด และผู้ตีความประยุกต์ศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณที่ยังคงฝั่งรากลึกและคงอยู่จวบจนทุกวันนี้ เห็นได้จากงานสร้างสรรค์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งทรงก่อตั้งโดย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ร่วมด้วยผลงานจากแบรนด์นักออกแบบไทยอย่าง TIRAPAN, ASAVA, VATIT ITTHI, WISHARAWISH และ MESHMUSEUM โดยผลงานเหล่านี้นับเป็นการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่สนับสนุนแนวทางการสร้างสรรค์ด้วยกลิ่นอายของเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันร่วมสมัยที่ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับสากล

ฉลองพระบาท —นายเรอเน มันชินี (ฝรั่งเศส, ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) ผ้าไหมมัดหมี่i (ikat) ผ้าไหม ผ้ากำมะหยี่ และลูกปัด ฉลองพระบาทใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

You may also like

About Us

สื่อที่มุ่งเน้นข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ เป็นกลาง เพื่อให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign